วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

กิมกรรมวันพุธที่ 30 เม.ย.2557 โยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้



1.     ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการศึกษามีกี่ประเภทอะไรบ้าง

ตอบ   แบ่งได้ 2 ประเภท คือ

 1. ระเบียบกฎหมายที่เป็นข้อกำหนดการปฏิบัติงาน

 2. ระเบียบกฎหมายที่เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติมิให้ล่วงละเมิดการกระทำผิด

2.     การนำภาพจากสื่อสิ่งพิมพ์ อินเทอร์เน็ต มาประกอบการผลิตสื่อการสอน ต้องทำอย่างไรจึงจะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

ตอบ      -    ข้อควรพิจารณาที่เป็นลิขสิทธิ์

-          หากภาพประกอบนั้นมีการถ่ายภาพมาโดยมีการสร้างสรรค์โดยใช้ความคิด ความพยายามในการจัดแสง มุมมองภาพที่แปลก หรือปรับแต่งภาพให้สื่อความหมายในรูปแบบต่าง ๆ แสดงว่าภาพนั้นเป็นภาพที่มีลิขสิทธิ์

-          การนำภาพที่มีลิขสิทธิ์มาประกอบในการผลิตสื่อการสอน ต้องมีการขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์

-          การนำภาพที่มีลิขสิทธิ์จากสื่ออินเทอร์เน็ต หรือสื่ออื่น ๆ นั้นมาดัดแปลงตกแต่งใหม่ เพื่อไม่ให้ซ้ำกับของเดิมแสดงว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

3.     การสำเนาโดยการถ่ายเอกสารจากหนังสือทั้งเล่ม เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ      เดิมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ กำหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับการถ่ายหนังสือเพื่อใช้เรียนไว้ในมาตรา ๓๐ ว่า การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) วิจัยหรือศึกษา ซึ่งบทมาตรานี้ทำให้มีการกล่าวอ้างกันมาโดยเสมอว่า ถ่ายหนังสือทั้งเล่มไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เพราะเป็นการกระทำที่ต้องด้วย ข้อยกเว้นที่ว่าเพื่อการศึกษา มิได้แสวงหากำไรแต่อย่างใด

แต่ต่อมาพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ได้มีการปรับปรุงข้อยกเว้นในการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับการถ่ายหนังสือ เพื่อใช้เรียน โดยกำหนดไว้ในมาตรา ๓๒ ว่า

มาตรา ๓๒ การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของ ลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์ เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

      สำหรับการละเมิดนั้นมีอยู่ 2 ประเด็น คือ

           1. การทำซ้ำ หมายถึง การคัดลอกไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพจากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณา ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายถึง คัดลอก หรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน (พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522)

2. การดัดแปลง หมายถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงานต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงาน ขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522)

4.     สัญลักษณ์นี้หมายถึงอะไร


ตอบ     

เมื่อนำผลงานไปเผยแพร่ ดัดแปลงควรอ้างอิงแหล่งที่มา โดยไม่นำไปใช้เพื่อการค้าและยินยอมให้ผู้อื่นนำเนื้อหาไปใช้ต่อได้ด้วยสัญญาอนุญาตแบบเดียวกันนี้


 

สัญญาอนุญาตด้านลิขสิทธิ์สากลครีเอทีฟคอมมอนส์Creative Commons





แสดงที่มา (Attribution: by) ต้องแสดงที่มา อ้างอิงถึง หรือยอมรับสิทธิของงานดังกล่าวตามรูปแบบที่ผู้สร้างสรรค์หรือผู้อนุญาตกำหนด






ไม่ใช้เพื่อการค้า (Non-commercial: nc) ไม่ใช้งานนี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า

 




อนุญาตแบบเดียวกัน (Share Alike: sa) ถ้าหากดัดแปลง เปลี่ยนรูป หรือต่อเติมผลงานนี้คุณต้องใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกัน หรือแบบที่เหมือนกัน หรือที่เข้ากันได้กับสัญญาอนุญาตที่ใช้กับผลงานนี้เท่านั้น



5.     ให้นิสิตหาตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีการใช้สัญลักษณ์ สัญญาอนุญาตด้านลิขสิทธิ์สากลครีเอทีฟคอมมอนส์ มา 2 เว็บไซต์ พร้อมอธิบายความหมาย

ตอบ     

1.  http://creativecommons.org/press-releases/entry/13723


        ความหมาย คือ  สัญญาอนุญาตด้านลิขสิทธิ์สากลครีเอทีฟคอมมอนส์ Creative Commons


2. เว็บไซต์ขายหนังสื่อ
http://www.sanehchamarik.in.th/index.php/ebook/

      ความหมายคือ เมื่อนำผลงานไปเผยแพร่ ดัดแปลงควรอ้างอิงแหล่งที่มาโดยไม่นำไปใช้เพื่อการค้าและยินยอมให้ผู้อื่นนำ เนื้อหาไปใช้ต่อได้ด้วยสัญญาอนุญาตแบบเดียวกันนี้


6.     การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีอะไรบ้าง จงอธิบาย

ตอบ      มาตรา ๕ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน การเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖ ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ ถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน สี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๑ ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น โดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท


กิมกรรมวันพุธที่ 30 เม.ย.2557 คุณลักษณะผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

คุณลักษณะผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

1.     ผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ หมายถึงบุคคลใด
ตอบ        ผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่งานบริหารที่ดูแล ควบคุม สั่งการ แก้ปัญหา ให้งานในระดับปฏิบัติการดำเนินต่อไปให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นั้น ๆ โดยตำแหน่งผู้จัดการศูนย์ มักเรียกเป็นผู้อำนวยการ หัวหน้า หรืออื่น ๆ ที่สื่อความหมายถึงผู้นำศูนย์ฯนั้น ๆ

2.      คุณลักษณะของผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง
ตอบ        คุณลักษณะของผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
1.             ผู้กำหนดทิศทาง (Direction-setter) ผู้จัดการศูนย์ฯ จะต้องมีความสามารถในการชี้ทิศทางในการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีไปบูรณาการในการให้บริการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
2.             ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change agent) ผู้จัดการศูนย์จะต้องเป็นผู้ที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาและสร้างการยอมรับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีไปใช้ในระบบการเรียนการสอน สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างจริงจังสามารถลดการต่อต้านต่อการยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้าไปมีบทบาทในการสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ในระบบการเรียนการสอน
3.             โฆษก (Spokesperson) ผู้จัดการศูนย์ฯ ต้องมีความสามารถเผยแพร่วิสัยทัศน์ของตนสามารถเจรจาหรือต่อรองกับผู้บริหารระดับต่าง ๆ หรือต่อองค์กรภายนอกเพื่อสร้างเครือข่ายในการท างานเพื่อประโยชน์ในการพัฒนางานศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ให้ก้าวหน้าต่อไป
4.             ผู้ฝึกสอน (Coach) ผู้จัดการศูนย์ ฯ ต้องมีความสามารถในการสร้างทีมงานขึ้นมาเพื่อนำวิสัยทัศน์ของตนไปสู่การปฏิบัติต้องรู้จักสอนให้คำปรึกษาให้คำแนะนำสร้างความไว้วางใจให้อำนาจแก่ผู้ที่จะร่วมงาน
5.             วิทยากร (Trainer) ผู้จัดการศูนย์ ฯ ต้องทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ไปยังทีมงาน โดยมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม ทั้งความรู้ เจตคติ และทักษะในการพัฒนาศูนย์ฯ ให้บรรลุเป้าหมายของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นั้น ๆ

3.      หลักการของผู้นำในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ มีอะไรบ้าง
ตอบ        หลักการของผู้นำในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ
1.             ความรอบรู้แห่งตน (Personal mastery) ผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะต้องพัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ในความก้าวหน้าแห่งศาสตร์อยู่เสมอเช่นเดียวกับต้องพัฒนาวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์วิชาชีพของตนเอง
2.             แบบแผนการคิดอ่าน (Mental models) ผู้จัดการศูนย์ฯ จะต้องมีทักษะการคิดอย่างใคร่ครวญ (Reflection)เพื่อเป็นการตรวจว่าความคิดใดความเชื่อใดมีผลดีผลเสียต่อการปฏิบัติงานในวิชาชีพซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด
3.             วิสัยทัศน์ร่วม (Shared vision) ผู้จัดการศูนย์ฯ ต้องรู้จักการสานวิสัยทัศน์กับบุคคลอื่นๆ ในองค์กรเพื่อที่จะหาจุดร่วมที่ดีที่สุดและเป็นสร้างความเท่าทันในทิศทางที่จะก้าวไปข้างหน้า
4.             การเรียนรู้เป็นทีม (Team learning) ผู้จัดการศูนย์ฯ ต้องรู้จักการสร้างการเรียนรู้เป็นทีมที่สมาชิกในทีมต้องมีความสามารถในการคิดตีปัญหาหรือประเด็นในกระจ่างอีกทั้งภายในทีมต้องรู้จักประสานกันอย่างดีคิดในสิ่งใหม่และแตกต่างไว้วางใจซึ่งกันและกันสมาชิกทุกคนต้องมีการสร้างระบบการเรียนรู้แบบต่อเนื่องสิ่งเหล่านี้ย่อมน าไปสู่การสร้างสรรค์งานด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการศึกษามาใช้ในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.             การคิดอย่างเป็นระบบ (System thinking) ผู้จัดการศูนย์จะต้องมีวิธีการคิดที่เห็นภาพระบบการศึกษา ระบบการเรียนการสอนรวม ระบบการให้บริการสื่อไปถึงระบบสังคมโดยรวมเห็นทั้งหมดมีกรอบที่เห็นความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันมากกว่าที่จะเห็นในเชิงเหตุเชิงผลเห็นแนวโน้มมากว่าที่จะเห็นแค่ฉาบฉวยเพื่อที่จะสามารถนำมาวางแผนเทคโนโลยีให้แก่ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

กิจกรรมประจำสาระรายวิชา การจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ วันที่ 15-20 เมษายน 2557


1.                  การจัดระบบทรัพยากรการเรียนรู้หมายถึงอะไร และมีประโยชน์อย่างไร

ตอบ        การจัดหมวดหมู่ หรือ การวิเคราะห์หนังสือ  มาจากคำว่า  Book Classification   คือ การนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาจัดแยกประเภทของแต่ละสาขาวิชาอย่างกว้าง ๆโดยหนังสือที่มีเนื้อหาแบบเดียวกันจัดเอาไว้ด้วยกัน เนื้อหาใกล้เคียงกันเอาไว้ด้วยกัน รวมถึงหนังสือที่มีลักษณะการประพันธ์แบบเดียวกัน จัดกลุ่มไว้ด้วยกัน
ประโยชน์ของการจัดหมวดหมู่สื่อตีพิมพ์
1.             เพื่อวิเคราะห์พิจารณาแยกและหนังสือตามเนื้อหาวิชาให้เป็นระบบ
2.             เพื่อสะดวกในการจัดเรียงและค้นหาข้อมูล
3.             เพื่อให้ทราบสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาสาระอย่างเดียวกันรวมอยู่ด้วยกัน
4.             เพื่อควบคุมทรัพยากรสารสนเทศให้สมดุลในสาขาวิชาต่าง ๆ
5.             เพื่อสะดวกในการให้บริการ

2.                  จงอธิบายวิธีการจัดหมวดหมู่ด้วยระบบทศนิยมดิวอี้

ตอบ        ระบบทศนิยมดิวอี้ (Dewey Decimal Classification) เรียกย่อๆ ว่า D.C. หรือ D.D.C เป็นระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดที่นิยมระบบหนึ่ง คิดค้นขึ้นโดยชาวอเมริกัน เมลวิล ดิวอี้ ในขณะที่เขา กำลังเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์อยู่ที่วิทยาลัยแอมเฮอร์ส (Amherst College)
       การจัดหมวดหมู่หนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้ แบ่งหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ จากหมวดหมู่ใหญ่ไปหาหมวดหมู่ย่อยต่าง ๆ

3.                  จงอธิบายวิธีการจัดหมวดหมู่ด้วยระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน

ตอบ        เป็นระบบของหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน: ปัจจุบันเป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบไปด้วย 3 อาคาร มีพื้นที่ประมาณ 2,614,000 ตรม. มีทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบจากทั่วโลกกว่า  460 ภาษา  โดยแบ่งมี 21 หมวด ประกอบด้วยอักษร A-Z  ยกเว้น  I  O  W   X  Y

4.                  จงอธิบายหมวดหมู่ในการจัดเก็บสื่อโสตทัศน์

ตอบ        โสตทัศนวัสดุกำหนดสัญลักษณ์ตามประเภทของวัสดุที่ใช้บันทึก เช่น
1.             แผนที่                              MA (MAP)
2.             ภาพ                               PIC (Picture)
3.              ภาพโปสเตอร์                 PR (poster)
4.             ภาพยนตร์                        F (Film)
5.             ภาพนิ่ง                            S  (Slide)
6.             ภาพเลื่อน                         FS (Filmstrip)
7.             แผ่นโปร่งใส                    TR  (Transpsarency)
8.             แถบบันทึกเสียง                CT  (Cassettetape)
9.             วีดิทัศน์                            VC  (Videotape)
10.      ไมโครฟิล์ม                      MIC  (Microfilm)
11.      แผ่นเสียง                         PD (Phonodise)
12.      ซีดี-รอม                           CD (CD-ROM)
13.      วิดีโอคอมแพคดิสก์           VCD
14.      ดิจิทัลวิดีโอดิสก์                DVD

5.                  ถ้านิสิตสืบค้นทรัพยากรการเรียนรู้ และพบที่สันหนังสือมีเลข 371.33 อ 834 ท แสดงว่าตัวเลขหมวดหมู่ดังกล่าวมี ความหมายว่าอะไร จงอธิบาย

ตอบ        371.33 อ 834 ท มีความหมายว่า
371 คือ เลข 3 เป็นเลขหลักร้อย 300 ในหมวดใหญ่ กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์
.3คือ เลข 3 เป็นเลขหลักสิบ 030 ในหมวดย่อย หนังสือรวบรวมความรู้ทั่วไป สารานุกรม
ตัว อ. คือ ตัวอักษรแรกของชื่อผู้แต่ง
834 คือ เลขผู้แต่งหนังสือ
ตัว ท. คือ อักษรตักแรกของชื่อหนังสือ

6.                  หมวดหมู่ของระบบอเมริกันและระบบดิวอี้ต่างกันอย่างไร

ตอบ        การจัดหมวดหมู่หนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้ แบ่งหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ จากหมวดหมู่ใหญ่ไปหาหมวดหมู่ย่อยต่าง ๆ ได้แก่ หมวดใหญ่และหมวดย่อย ส่วนระบบของหอสมุดรัฐสภาอเมริกันจะแบ่งหมวดเป็น 21 หมวด ประกอบด้วยอักษร A-Z ยกเว้น I  O  W   X  Y แบ่งเนื้อหาย่อยโดยใช้เลข  1 – 9999 แต่ละหมวดแยกการพิมพ์และการใช้โดยอิสระ บางหมวดมีเล่มเดียว บางหมวดมีหลายเล่ม

7.                  จงอธิบายประโยชน์ของการเสริมปกอ่อนให้เปกแข็ง

ตอบ        ประโยชน์ของการเสริมปกอ่อนให้ปกแข็ง
1.             ต้นทุนต่ำ ประหยัดงบประมาณ โดยเฉลี่ยประมาณ 5 บาทต่อเล่ม
2.             มีวิธีการขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
3.             มีขั้นตอนในการทำที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ประมาณ 5 นาทีต่อเล่ม
4.             รูปเล่มมีความคงทนแข็งแรงในการให้บริการ
5.             รูปเล่มสามารถทรงตัวอยู่บนชั้นหนังสือได้ โดยปกไม่ชำรุดเสียหาย
6.             มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
7.             สามารถรักษาโครงสร้างรูปร่างของหนังสือได้อย่างสมบูรณ์

8.                 ไม้เนียน คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรในการเสริมปก

ตอบ        ไม้เนียน คือ ไม้ที่มีลักษณะแบนราบ และเรียบ
ประโยชน์ คือ ใช้รีดสิ่งประดิษฐ์ให้มีความเรียบเนียน และติดทน (กรณีใช้กาว)

9.                  วัสดุอุปกรณ์ในการเสริมปกมีอะไรบ้าง

ตอบ        วัสดุอุปกรณ์ในการเสริมปก ได้แก่
1.             กาวลาเท็กซ์ เช่น TOA
2.             กระดาษแข็งหรือกระดาษปกเบอร์ 12 หรือมีความหนาประมาณ .050 นิ้ว
3.             ผ้าฝ้าย (100% cotton)
4.             มีดคัตเตอร์
5.             กรรไกร
6.             แผ่นพลาสติกตัดเพื่อไม่ให้โดนโต๊ะ
7.             ไม้กระดานแผ่นเรียบ
8.             แปรงทากาว
9.             แท่นน้ำหนัก
10.      ไม้เนียน
11.      เครื่องเจียนกระดาษ (ถ้ามี)
อื่น ๆ ได้แก่ ไม้บรรทัด

10.           จงอธิบายความสำคัญของงบประมาณ 

ตอบ        ความสำคัญของงบประมาณ
1.             ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมต้นทุนโครงการ ตลอดจนแผนงานตั้งแต่ในระดับโครงการจนถึงการบริหารจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
2.             ใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร ทำให้มีประสิทธิภาพในการวางแผนทางการเงินเนื่องจากเป็นแผนงานที่แสดงออกในลักษณะเชิงปริมาณจะที่เกิดขึ้นในเวลาที่กำหนด
3.             สามารถนำงบประมาณไปใช้ในการควบคุมแผนงานก็จะช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถติดตามผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานได้อย่างดี

11.           ปีงบประมาณของส่วนภาครัฐ และเอกชนต่างกันอย่างไร จงอธิบาย

ตอบ        งบประมาณเอกชน คือ งบประมาณจะจัดทำขึ้นปีละครั้ง เรียกว่า งบประมาณประจำปี เช่น รายสัปดาห์รายเดือน รายไตรมาส หรือ รายปี โดยปีงบประมาณมักจะเป็นไปตามรอบบัญชีของเอกชน เช่น เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ มกราคมและสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม เป็นต้น ส่วนของภาครัฐจะเริ่มปีงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป งบประมาณจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผน กำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการดำเนินงานทางการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

12.           จงอธิบายความหมายงบประมาณสมดุล เกินดุล และขาดดุล

ตอบ       1. นโยบายงบประมาณสมดุล (Balanced Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปีเท่ากับประมาณการรายได้ในปีนั้นๆ
2. นโยบายงบประมาณเกินดุล (Surplus Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปีต่างกว่าประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน แนวทางนี้ต้องเรียกว่าเป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้จ่ายอย่างระมัดระวังไม่เกินตัวนั่นเอง
3. นโยบายงบประมาณขาดดุล (Deficit Budget Policy) หมายถึงการกำหนดให้มีการจัดทางบประมาณการรายจ่ายสูงกว่างบประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดการกู้ยืมเงินหรือนำเงินสำรองมาใช้จ่ายเพิ่มเติมในปีงบประมาณดังกล่าว

13.           หมวดงบประมาณประกอบด้วยกี่ หมวดอะไรบ้าง

ตอบ        ประเภทรายจ่ายศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้จำแนกออกเป็น 7 หมวด ดังนี้
1)            หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
2)            หมวดค่าจ้างชั่วคราว
3)            หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
4)            หมวดค่าสาธารณูปโภค
5)            หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
6)            หมวดเงินอุดหนุน
7)            หมวดรายจ่ายอื่น

14.           จงอธิบายความหมาย ค่าวัสดุ” และ "ค่าครุภัณฑ์"

ตอบ        ค่าวัสดุ” หมายความว่า
1.             รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้
1.1.       สิ่งของซึ่งโดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมสิ้นเปลือง หมดไปเอง แปรสภาพ หรือไม่คงสภาพเดิมอีกต่อไป หรือ
1.2.       สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร แต่มีอายุการใช้งานมในระยะเวลาประมาณไม่เกิน 1 ปี หรือ
1.3.       สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวรและมีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ1 ปีขึ้นไป แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท ยกเว้นสิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์หรือ
1.4.       สิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาใช้ในการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมทรัพย์สิน เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพคงเดิม
ค่าครุภัณฑ์” หมายความว่า
1.             รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้
1.1.       สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ 1 ปี ขึ้นไป และมีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งเกิน 5,000 บาทหรือ
1.2.       สิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์
2.             ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบ ดัดแปลง หรือต่อเติมสิ่งของตามข้อ 1 เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายตามวรรคแรกให้หมายความรวมถึงค่าสิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาเพื่อดำเนินการเอง
3.             ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องชำระพร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น ค่าขนส่ง ค่าภาษี ค่าประกันภัย ค่าติด